ดนตรีไทยกับการเรียนการสอน

ดนตรีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ ซึ่งเกิดจากการปรบมือ ตีเกราะเคาะไม้ การให้สัญญาณเสียงต่าง ๆ เมื่อมนุษย์มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ดนตรีก็มีพัฒนาการควบคู่กันไป มีการกำหนดลักษณะเฉพาะ มีวิธีการบรรเลงที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของเผ่าพันธุ์ มีการสร้างสรรค์ผลงาน และมีการสืบทอดเป็นวัฒนธรรมการดนตรีตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ดนตรีไทยเป็นสิ่งที่ต้องรับรู้และสัมผัสได้ด้วยประสาทหู โดยผู้ฟังต้องมีจินตนาการ ในการฟัง จึงจะทำให้ดนตรีมีความสมบูรณ์

          เมื่อดนตรีไทยถูกจัดมาอยู่ในเรื่องของการเรียนการสอนในปัจจุบันจะมีความแตกต่างจากอดีตที่การถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทย จะอยู่ในรูปแบบของบอกเล่าให้จำ ทำให้ดูแล้วทำตาม สังเกต จำแบบ สถานที่ให้ความรู้ หรือศูนย์รวมแหล่งความรู้นั้นจะมีอยู่ 3 แหล่งหรือ 3 สายด้วยกัน คือ บ้าน วัดและ วัง

          ต่อมาเมื่อมีการให้การศึกษาตามอย่างของตะวันตก สถานศึกษาเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคม การศึกษาส่งเสริมให้คนรู้จักการเสาะแสวงหาความรู้ และนำความรู้ไปพัฒนาให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความรู้ต่าง ๆ หลั่งไหลไปรวมศูนย์อยู่ในสถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ทำให้ครูผู้สอนต้องเปลี่ยนบทบาทจากเดิม โดยต้องเปลี่ยนวิธีการสอนวิชาดนตรีไทย ซึ่งครูผู้สอนควรทำความเข้าใจในธรรมชาติของวิชา และลักษณะเฉพาะ ว่ามีเนื้อหาสาระสำคัญอย่างไรบ้าง เพื่อการวางแผนการสอนให้ครอบคลุมถึงเนื้อหาสาระดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนการสอนวิชาดนตรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเป้าหมาย เพื่อผลสำเร็จของการสอนและการสืบสานดนตรีไทยที่ยั่งยืน